ข้ามไปยังเนื้อหา
จองนัดBAACบางกอก แอนไท-เอจจิ้ง เซ็นเตอร์
อาหารหลากหลายชนิดวางเรียงกัน สื่อถึงการตรวจปฏิกิริยาของร่างกายต่ออาหาร

การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง Food Intolerance Test (IgG)

ตรวจทานโดยแพทย์ · · อ่าน 5 นาที · ตรวจคัดกรองและป้องกัน

มนุษย์แต่ละคนมีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกัน แม้แต่ฝาแฝดก็ยังมีความแตกต่างกันได้ ปฏิกิริยาของร่างกายต่ออาหารก็เช่นกัน อาจคล้ายคลึงกันหรือแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงก็เป็นได้

การคาดเดาว่าแต่ละคนควรรับประทานอาหารชนิดใดจึงจะเหมาะกับตัวเอง มักอาศัยการลองผิดลองถูก ซึ่งใช้เวลานานและอาจไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน จึงมีการพัฒนาการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการเลือกอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล หนึ่งในนั้นคือ Food Intolerance Test

Food Intolerance Test (IgG) คือการตรวจเลือดเพื่อดูว่าร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานชนิด IgG ต่ออาหารชนิดใดบ้าง ข้อมูลนี้อาจช่วยให้แพทย์และผู้รับการตรวจวางแผนปรับอาหารร่วมกัน ซึ่งในบางคนการลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดชั่วคราวอาจช่วยให้อาการเรื้อรังบางอย่างดีขึ้นได้

อินโฟกราฟิกอาหารที่มักเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้อาหารแฝง

ปฏิกิริยาภูมิต้านทานต่ออาหาร 2 แบบ

ปฏิกิริยาภูมิต้านทานของร่างกายที่มีต่ออาหาร แบ่งออกได้เป็น 2 แบบหลัก คือ ภูมิแพ้อาหารแบบเฉียบพลันที่เกี่ยวข้องกับ IgE และปฏิกิริยาแบบค่อยเป็นค่อยไปที่เกี่ยวข้องกับ IgG

แบบที่ 1: ภูมิแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน (IgE)

ปฏิกิริยาแบบนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ "โรคภูมิแพ้" เกิดจากการที่ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานชนิดอิมมูโนโกลบูลินอี (IgE) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารฮีสตามีน และทำให้เกิดอาการเฉียบพลัน เช่น ผื่นลมพิษ (Urticaria) หอบหืด (Bronchial Asthma) หรือภาวะช็อกจากการแพ้รุนแรง (Anaphylactic shock)

การวินิจฉัยทำได้จากการสังเกตอาการ การทดสอบทางผิวหนัง หรือการตรวจระดับ IgE ในเลือดว่าทำปฏิกิริยาต่อสารชนิดใด

การดูแลรักษาทำได้โดยหลีกเลี่ยงสารที่แพ้ และใช้ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamine) เมื่อมีอาการ ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยการให้สารก่อภูมิแพ้ปริมาณน้อย ๆ ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวและตอบสนองต่อสารนั้นน้อยลง

แบบที่ 2: ปฏิกิริยาแบบค่อยเป็นค่อยไป (IgG)

ปฏิกิริยาแบบนี้มีรายงานว่าพบได้บ่อยกว่าแบบแรก เกิดจากการที่ร่างกายสร้างสารภูมิต้านทานชนิดอิมมูโนโกลบูลินจี (IgG) ต่ออาหารหรือสารแปลกปลอม อาการมักค่อยเป็นค่อยไปและเป็น ๆ หาย ๆ แบบเรื้อรัง จึงวินิจฉัยให้แน่ชัดได้ค่อนข้างยาก

อาการที่บางคนสังเกตพบ เช่น ผื่นผิวหนัง ท้องอืดท้องเฟ้อ ปวดข้อ อ่อนเพลียเรื้อรัง ปัญหาลำไส้ หรือปวดศีรษะไมเกรน

IgG กับอาการเรื้อรัง

สารภูมิต้านทาน IgG ที่ร่างกายสร้างขึ้นสามารถจับกับสารแปลกปลอมกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า อิมมูนคอมเพล็กซ์ (Immune Complex) ซึ่งไหลเวียนไปในกระแสเลือดและอาจไปสะสมตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น ผิวหนัง ผนังลำไส้ ไต หรือผนังหลอดเลือด และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

เนื่องจากอาหารที่เรารับประทานมีความหลากหลายทั้งชนิดและปริมาณ ปฏิกิริยาจึงมักไม่เด่นชัดในคราวเดียว แต่อาจแสดงออกเป็นอาการเรื้อรังที่ไม่รุนแรง เป็น ๆ หาย ๆ

ปัจจุบันยังมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มนี้ และมีการตั้งสมมติฐานว่าปฏิกิริยา IgG ต่ออาหารอาจเป็นปัจจัยร่วมของอาการหรือภาวะหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้ยังไม่ชัดเจน และอาการเหล่านี้อาจมีสาเหตุอื่นได้เช่นกัน ตัวอย่างภาวะที่มีการตั้งสมมติฐานไว้ ได้แก่

  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้ออักเสบ
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง ภาวะซึมเศร้า สมาธิสั้น
  • โรคในระบบทางเดินอาหาร ท้องเสียเรื้อรัง กรดไหลย้อน
  • ผื่นคัน สิว
  • ปวดศีรษะ ไมเกรน
  • หูอักเสบ การติดเชื้อรา

อาการที่อาจสัมพันธ์กับการรับอาหารบางชนิดไม่ได้

อาการต่อไปนี้เป็นตัวอย่างที่บางคนพบว่าอาจสัมพันธ์กับภาวะการรับอาหารบางชนิดไม่ได้ ทั้งนี้อาการแต่ละอย่างมีสาเหตุได้หลายประการ จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนสรุปว่าเกี่ยวข้องกับอาหาร

  • ระบบทางเดินหายใจ: ไอ จาม หายใจลำบาก ภูมิแพ้ ติดเชื้อในหู กรน หลอดลมอักเสบ
  • ระบบภูมิคุ้มกัน: มีไข้หรือติดเชื้อได้ง่าย แผลในปาก ติดเชื้อรา
  • ระบบประสาท: รู้สึกเชื่องช้า ซุ่มซ่าม ปวดศีรษะ ไมเกรน เครียด มีปัญหาเรื่องความจำ
  • ผิวหนัง ผม และเล็บ: ผิวหนังอักเสบ ลมพิษ ผื่นแดง ผมร่วง เล็บเปราะ รังแค
  • ระบบเผาผลาญ: หงุดหงิด น้ำหนักขึ้นหรือลดผิดปกติ รู้สึกหนาวสั่น
  • กล้ามเนื้อและข้อ: กล้ามเนื้อหรือข้อติดขัด เอ็นหรือข้ออักเสบ
  • ภาวะขาดสารอาหาร: อ่อนเพลีย สมาธิสั้น ขาดวิตามิน ขาดธาตุเหล็ก โลหิตจาง ขาดแคลเซียม
  • ระบบทางเดินอาหาร: ลำไส้แปรปรวน (IBS) ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย
  • ระบบทางเดินปัสสาวะและสืบพันธุ์: ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
อินโฟกราฟิกอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้อาหารแฝง

การตรวจ Food Intolerance Test ทำอย่างไร

การตรวจหาว่าอาหารชนิดใดกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง IgG ต้องอาศัยการตรวจเฉพาะทางที่เรียกว่า Food Intolerance Test หรือการตรวจภูมิต้านทานชนิด IgG ต่ออาหาร

ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคโนโลยีไมโครอาเรย์ (Microarray) ที่สามารถตรวจปฏิกิริยาต่ออาหารได้ถึง 221 ชนิด โดยใช้เลือดเพียงประมาณ 10 ไมโครลิตร (0.01 มิลลิลิตร) และสามารถเจาะเลือดจากปลายนิ้วแทนการเจาะจากหลอดเลือดดำได้ เหมาะกับผู้ที่เจาะเลือดยาก เช่น เด็ก หรือผู้สูงอายุที่หลอดเลือดเปราะ

การอ่านผลตรวจ

รายงานผลจะแสดงว่าร่างกายสร้าง IgG ต่ออาหารชนิดใด และมากน้อยเพียงใด หากพบระดับสูง อาหารชนิดนั้นอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาการเรื้อรัง แพทย์อาจแนะนำให้ลดหรือหลีกเลี่ยงชั่วคราว และเลือกอาหารชนิดอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาแทน โดยรายงานจะแสดงอาหารในกลุ่มเดียวกันที่สามารถรับประทานทดแทนได้ เพื่อความสะดวกในการปรับเมนู

ผลตรวจแบ่งระดับปฏิกิริยาออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสีแดง กลุ่มสีเหลือง และกลุ่มสีเขียว ซึ่งแพทย์จะอธิบายความหมายของแต่ละกลุ่มและแนวทางปฏิบัติให้ทราบ

ผลตรวจ IgG ไม่ใช่การวินิจฉัยโรคภูมิแพ้อาหาร และไม่ควรใช้แทนการตรวจภูมิแพ้แบบเฉียบพลัน (IgE) ผลตรวจควรแปลร่วมกับอาการและประวัติของผู้รับการตรวจโดยแพทย์

ตารางเปรียบเทียบภูมิแพ้อาหาร (IgE) กับภูมิแพ้อาหารแฝง (IgG)

ไม่จำเป็นต้องงดอาหารนั้นตลอดชีวิต

การตรวจพบภูมิต้านทานต่ออาหารไม่ได้หมายความว่าจะรับประทานอาหารชนิดนั้นไม่ได้ตลอดชีวิต แต่แสดงว่าในช่วงเวลานั้นร่างกายมีปฏิกิริยาต่ออาหารชนิดนั้นในระดับสูง

โดยทั่วไปอาจงดอาหารนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง อย่างน้อยประมาณ 3 เดือน (อาจนานกว่านั้นในเด็กหรือผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย) เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จึงค่อย ๆ กลับมารับประทานอย่างระมัดระวังตามคำแนะนำของแพทย์

นอกจากนี้ การไม่รับประทานอาหารชนิดเดิมซ้ำ ๆ และหมุนเวียนเมนูทุกสัปดาห์ โดยเลือกอาหารกลุ่มที่ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยา อาจช่วยลดโอกาสเกิดปฏิกิริยาต่ออาหารได้ หากต้องการติดตามผล สามารถปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจซ้ำได้

ระวังอาหารที่เป็นส่วนผสมแฝง

อาหารบางชนิด เช่น นมและไข่ มักเป็นส่วนผสมของอาหารอื่นอีกหลายชนิด หากต้องหลีกเลี่ยงนมหรือไข่ จึงควรระวังอาหารเหล่านี้ด้วย เช่น

  • เนยและเนยแข็ง
  • เค้กและขนมหวาน
  • ข้าวผัดและก๋วยเตี๋ยวผัด
  • ซอสราดสปาเกตตี

ดูแลโภชนาการให้สมดุล

เมื่อทราบผลว่าร่างกายมีปฏิกิริยาต่ออาหารบางชนิด หลายคนอาจกังวลและพยายามงดอาหารหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าผลตรวจจะเป็นอย่างไร ควรรักษาสมดุลในการรับประทานอาหาร และใส่ใจการเลือกอาหารให้มากขึ้น

เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนในแต่ละวัน ควรปรับอาหารตามคู่มือภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แทนการงดอาหารด้วยตนเอง

อินโฟกราฟิกผู้ที่อาจพิจารณาตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง
ตัวอย่างผลการตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง

แนวทางการตรวจคัดกรองของ BAAC

เราเริ่มจากประวัติสุขภาพ เป้าหมาย และการประเมินที่เกี่ยวข้อง แพทย์จะอธิบายความเหมาะสม ข้อจำกัด และทางเลือกอื่น ๆ ก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง

เริ่มต้นด้วยการตรวจคัดกรอง

แชทกับเรา

บทความที่เกี่ยวข้อง