พลาเซนต้า (Placenta) คือรกของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการหล่อเลี้ยงตัวอ่อนให้เจริญเติบโต และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวอ่อน
รกประกอบด้วยกรดอะมิโนหลากหลายชนิด และมีสารที่เรียกว่า stem cell stimulating factor ซึ่งเชื่อว่าอาจช่วยกระตุ้นสเต็มเซลล์ในร่างกายที่อยู่ในภาวะพักให้กลับมามีบทบาทในการซ่อมแซมร่างกาย มีรายงานว่า placenta peptide อาจช่วยกระตุ้นการทำงานของสเต็มเซลล์ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการผลัดเซลล์เก่าที่เสื่อมสภาพและการสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาแทนที่ เพื่อฟื้นฟูการทำงานของร่างกาย
Fresh Placenta
เมื่ออายุมากขึ้น อัตราการแบ่งเซลล์ในร่างกายจะลดลง และเซลล์ที่เสื่อมสภาพเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังหลายชนิด
การดูแลฟื้นฟูร่างกายด้วย Fresh Placenta เป็นการใช้รกจากแกะ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนการแบ่งตัวของเซลล์ และช่วยให้เซลล์ที่เสื่อมสภาพหรืออยู่ในภาวะพักทำงานได้ดีขึ้น ประโยชน์ที่อาจได้รับ ได้แก่
- อาจช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
- อาจช่วยปรับสมดุลการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อและระบบเมตาบอลิก
- อาจช่วยปรับสมดุลฮอร์โมน บรรเทาอาการวัยทอง และสนับสนุนสมรรถภาพทางเพศ
- อาจช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกายหลังการผ่าตัด
- อาจช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวยืดหยุ่นและริ้วรอยดูลดลง
- อาจช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นและลดความรู้สึกอ่อนเพลีย

Placenta Extract
Placenta Extract ผลิตจากรกมนุษย์ (Human Placenta) ผ่านกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานสูง เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกรกจากมารดาที่ผ่านการตรวจสุขภาพทั้งก่อน ระหว่าง และหลังตั้งครรภ์ มีสุขภาพแข็งแรง และปราศจากโรคทางพันธุกรรมและโรคติดเชื้อต่าง ๆ
รกที่ได้หลังคลอดจะถูกแช่แข็งในไนโตรเจนเหลวทันที ก่อนนำไปแยกเซลล์และสกัดเพื่อใช้ในรูปแบบยาฉีด สารสกัดจากรกมีฮอร์โมนหลายชนิด เช่น HCG และมีการนำมาใช้เป็นการดูแลเสริมในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- สมดุลฮอร์โมน: อาจช่วยสนับสนุนสมดุลฮอร์โมนทั้งในเพศหญิงและเพศชาย บรรเทาอาการวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน (Menopause) และอาการเฉพาะสตรี เช่น ปวดประจำเดือน รวมถึงอาการวัยทองในผู้ชาย (Andropause) ซึ่งมักพบหลังอายุ 60 ปี เช่น หงุดหงิดง่าย ใจน้อย ปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ขี้ลืม และนอนไม่หลับ
- การไหลเวียนโลหิตและผิวพรรณ: อาจช่วยลดการอักเสบและสนับสนุนการไหลเวียนโลหิต ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้รับเลือด สารอาหาร และออกซิเจนดีขึ้น ผิวดูสดใส กระชับ และริ้วรอยดูลดลง
- อาการที่เกี่ยวกับหลอดเลือดในสมอง: มีการนำมาใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการ เช่น ไมเกรน เสียงดังในหู (Tinnitus) และอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน
- ระบบภูมิคุ้มกัน: อาจใช้เป็นการดูแลเสริมในผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ (Autoimmune Diseases) เช่น โรครูมาตอยด์ และโรคลูปัส (SLE) หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ รวมถึงผู้ที่ได้รับสเตียรอยด์ เคมีบำบัด หรือรังสีรักษา เพื่อช่วยบรรเทาอาการข้างเคียง ทั้งนี้ไม่ใช่การทดแทนการรักษาหลักจากแพทย์ผู้รักษา
แนวทางการตรวจคัดกรองของ BAAC
เราเริ่มจากประวัติสุขภาพ เป้าหมาย และการประเมินที่เกี่ยวข้อง แพทย์จะอธิบายความเหมาะสม ข้อจำกัด และทางเลือกอื่น ๆ ก่อนการตัดสินใจทุกครั้ง


